บทที่ 7 อุ้มท้อง 2
และย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้า อี้ฟานเป็นคนเกเรในวัยหนุ่มน้อย จึงถูกปันเส้าเฟิงคาดโทษขับไล่ไปอยู่เรือนบรรพบุรุษห่างไกลเมืองหรูฉางนับพันลี้ กระนั้นปันเส้าเฟิงไม่ถึงกับตัดขาดลูกชายเพียงแต่บอกเขาว่า หากต้องการกลับคืนสกุลปัน เขาต้องสร้างเนื้อสร้างตัวของตน และการที่อี้ฟานพบไป๋ลู่เถียนคือสิ่งที่ฟ้าประทานพรแก่เขา ด้วยนางแม้จะเป็นสตรีบ้านนอก ทว่ายามอยู่เมืองเจ้อตงทางภาคตะวันออก นางคือหลานสาวของท่านเจ้าเมืองที่เขาตั้งใจมอบสมบัติให้ และนางมีที่ทางทำกินนับสองพันหมู่ (ไร่) อีกทั้งเงินทองมีมิน้อย เพียงแต่ไป๋ลู่เถียนหัวดื้ออยู่สักหน่อย นางประกาศต่อทุกคนหลังปู่เสียชีวิตว่า จะตามตัวเจิ้งเสี่ยวหยวนกลับไปแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมายให้จงได้ พร้อมไว้ทุกข์ให้กับปู่ที่เป็นเจ้าเมือง
แรกเริ่มนางมาเมืองหลวงพร้อมคนสนิทและหน่วยอารักขา ทว่ามีช่วงหนึ่งที่พวกเขาประสบเหตุร้ายถึงขึ้นบาดเจ็บหนัก ก่อนทยอยล้มตาย
ไป๋ลู่เถียนมาทราบภายหลังว่า เป็นญาติของนางร่วมมือกับขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงจ้างวานมือสังหาร ด้วยต้องการฆ่านางให้ตาย จากนั้นสมบัติสกุลไป๋จะได้ตกเป็นของคนพวกนั้น
เมื่อไป๋ลู่เถียนเหลือตัวคนเดียวนางก็หวังพึ่งเจิ้งเสี่ยวหยวน ซึ่งเหมือนขอนไม้กลางแม่น้ำให้นางไขว่คว้ายึดเพื่อเอาชีวิตรอด
ทว่าสัญญาหมั้นหมายที่มารดาของเจิ้งเสี่ยวหยวนเคยให้ไว้กับปู่ของไป๋ลู่เถียนกลับไร้ความหมาย เมื่อนางตามหาเขาพบ ชายหนุ่มหาได้แสดงความยินดี มิหนำซ้ำยังบอกว่าเขากำลังจะเข้าพิธีมงคลกับเฉินมี่ ลูกสาวเจ้ากรมโยธา และมันคือสมรสพระราชทาน !
“อาเถียน ข้ารู้สึกผิดต่อเจ้าจับใจ ทว่าเมื่อสิบปีก่อน หลังจากเดินทาง ออกจากเมืองเจ้อตงเกิดเหตุร้ายมากมาย รวมถึงเหตุน้ำท่วมใหญ่ ครอบครัวเล็ก ๆ ของข้าแทบไม่หลงเหลือสิ่งใด กระทั่งต้องไปอาศัยเรือนนอกของเจ้ากรมโยธาเพื่อรักษาชีวิต ตัวข้าป่วยหนักอยู่เกือบครึ่งปีและได้รับการดูแลจากคุณหนูเฉิน น้ำใจนางชาตินี้ข้าย่อมตอบแทนได้หมด”
“ฮึ แล้วแม่นางน้อยบ้านนอกที่ในอดีตคอยหุงหาอาหาร และปรนนิบัติทั้งแม่ของท่านและตัวท่านยามลี้ภัยสงครามมา เงินสักอีแปะก็ไม่เหลือติดตัว คุณชายเจิ้งลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปหมดสิ้นแล้วหรือไร”
เจิ้งเสี่ยวหยวนถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก และกล่าวอย่างตัดบทว่า
“ยามนั้นข้าอายุเพียงสิบขวบ และช่วงที่มารดาเสียชีวิตจากน้ำป่า ก็ทำให้สติเลอะเลือน...ไปบ้าง เช่นนี้เจ้าจงอย่ารื้อฟื้นความหลังอีกเลย!”
ไป๋ลู่เถียนมาถึงสถานที่นัดพบกับอี้ฟาน นางค่อนข้างระแวดระวังภัย แม้จะดูเหมือนว่าช้าไปสักหน่อยที่คิดถึงเรื่องนี้ แต่ก็นั้นแหละ นางไม่ใช่ตัวร้ายโง่ ๆ อีกแล้ว เพียงแต่ยอมให้บทเดิม ๆ สานต่อเรื่องราว อีกทั้งนางจำเป็นต้องใช้อี้ฟานให้ช่วยจัดการหลายสิ่ง โดยเฉพาะการที่บุรุษผู้นี้จะพานางเข้าคฤหาสน์สกุลปัน ส่วนอี้ฟานจะมีชีวิตเช่นไรหลังจากนั้น
แน่นอนว่า เขาคงไม่ได้มีความสุขเหมือนเคย
“เข้าไปด้านในสิ” เหอชิงบอกนาง
“คุณชายฟานอยู่ข้างในเช่นนั้นหรือ” ไป๋ลู่เถียนถามและประเมินเรือนหลังเล็กเบื้องหน้า
“ข้ามีหน้าที่พาเจ้ามา อย่าถามให้มากความ เอาละ...หมดธุระเสียที” เหอชิงกล่าวจบจึงก้าวหลบไปอีกทาง
ในยามนั้นไป๋ลู่เถียนทำใจดีสู้เสือ อย่างไรชีวิตนางคงไม่ตายง่าย ๆ และจบลงที่นี่ เพราะยังมีผลประโยชน์ต่ออี้ฟาน เขาต้องการสตรีโง่เขลาสักคนที่ทำให้มีหลักประกันว่า บิดาจะให้อภัยในสิ่งที่เคยก่อไว้แต่หนหลัง ทว่าอี้ฟานกลับไม่เฉลียวใจสักนิด การที่อีกฝ่ายต้องการใช้ไป๋ลู่เถียนเป็นทางผ่านเพื่อกลับสู่สกุลปัน คนที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรกก็คือนางต่างหาก ส่วนเขาหรือ ให้ดีที่สุดคงเป็นได้เพียงเบี้ยตัวเล็ก ๆ ในกระดานของนางเท่านั้น
เมื่อก้าวเข้าไปในสวนหิน คนผู้หนึ่งก็มองมายังไป๋ลู่เถียน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือสีหน้าเขาค่อนข้างตกใจ ดวงตาคมคู่นั้นเบิกค้าง ก่อนจะยกมือกอดอกตน เขาหวงเนื้อหวงตัว และบอกให้รู้ว่ากำลังประหม่าเมื่อพบไป๋ลู่เถียน
และชายผู้นี้คือปันอี้ฟาน ตัวร้ายที่ทำให้ไป๋ลู่เถียนต้องพบกับหายนะในชีวิต!
ส่วนไป๋ลู่เถียนนั้น นางย้อนเวลากลับมาโลดแล่นในเรื่องนี้ โดยมีชื่อแซ่เดียวกัน ผิดแต่ไป๋ลู่เถียนผู้มาใหม่ มิใช่นางร้ายตัวตลกโง่งมที่มักถูกนางเอกและเหล่าเพื่อนนางเอกกลั่นแกล้ง ซ้ำร้ายยังแพ้ภัยตัวเองเสมอ เจ็บตัว เจ็บใจ สุดท้ายพระเอกไม่เห็นค่า ตัวร้ายยังย่ำยี
“เอ่อ... แม่นางเถียน”
อี้ฟานไม่ได้ขยับตัว เขาช่างดูเป็นผู้ชายขี้ขลาด แม้จะหล่อเหลาจัด ดวงตาคมกริบ ผิวขาวเหลือง ปากคิ้วนั้นรับใบหน้าเทพบุตร
“หากคุณชายฟาน อยากกล่าวขอโทษข้าเรื่องที่ผิดนัด รวมถึงการให้ข้าต้องเดินทางไกลครึ่งค่อนวันก็เชิญเถิด สตรีผู้นี้มีเหตุผลมากพอ”
ชายหนุ่มแสดงท่าทีกระอึกกระอักและเกร็ง แน่นอนแม้นางจะสวย หยาดเยิ้ม ทว่าเมื่อเปิดเปลือยผิวหน้าที่แท้จริง รอยด่างหลายแห่งนั้นย่อมทำให้คนไม่คุ้นชินครั่นคร้ามใจหรือถึงขั้นรังเกียจ
“ข้าไม่คิดว่า จะมีรอยประหลาดบนใบหน้าและลำคอของเจ้า”
ฮึ...ความบัดซบของชายงามล่มเมืองอย่างอี้ฟานบังเกิดขึ้นแล้ว
ชาติก่อนนางเมา ไร้สติ เพราะเสียใจที่เจิ้งเสี่ยวหยวนไม่เห็นค่า สุดท้ายก็เจอผีพนันอย่างอี้ฟานข่มเหงและยังบังคับให้นางยกโฉนดที่ดินหลายพันไร่ให้แก่เขา เมื่อเข้าสกุลปันได้นางยังถูกไท่ฮูหยินปันกลั่นแกล้ง
ฉากสุดท้ายที่จำได้ก่อนสิ้นใจ นางได้พบปันเส้าเฟิงและน่าเสียดายเหลือเกินที่เขายื่นมือมาช่วยเหลือช้าเกินไป กระทั่งสวรรค์หยิบยื่นให้นางได้เกิดใหม่ เป็นตัวละครเดิม เยี่ยงนี้นางร้ายไฉนจะไม่เปลี่ยนบทให้ตนมีอำนาจและวาสนากันเล่า
